หลายคนเชื่อว่าพระเจ้าสนใจแค่จิตวิญญาณของเรา ส่วนเรื่องงาน เงิน สุขภาพ และครอบครัว เราต้องดิ้นรนจัดการเอง บางคนถึงกับคิดว่าการเป็นคริสเตียนที่ดีต้องยอมขาดและยอมลำบาก แต่พระคัมภีร์ข้อหนึ่งบอกไว้อีกแบบ พระเจ้าทรงปรารถนาให้พี่น้อง "เจริญในทุกสิ่ง" และมีคำฮีบรูคำหนึ่งที่เล่าเรื่องนี้ได้ชัดที่สุด คือคำว่า ทซาลัค (Tsalach) คำนี้ปรากฏในชีวิตของโยเซฟ ซึ่งเป็นทาสในบ้านคนอื่น และดาวิด ซึ่งเป็นแค่เด็กเลี้ยงแกะ ทั้งสองคนไม่ได้เริ่มจากจุดที่ได้เปรียบเลย แต่ชีวิตของเขากลับเจริญขึ้น เพราะมีบางสิ่งอยู่กับเขา และสิ่งนั้นก็อยู่กับพี่น้องในวันนี้เหมือนกัน
พี่น้องครับ ใน EP.1 พระเจ้าตรัสกับอิสอัคว่า "เราจะอยู่กับเจ้าและอวยพรเจ้า" ผมอยากต่อจากตรงนั้นด้วยคำถามหนึ่งครับ
ถ้าผมพูดถึงคำว่า "เจริญรุ่งเรือง" ภาพแรกที่ขึ้นมาในใจพี่น้องคืออะไร?
หลายคนนึกถึงตัวเลขในบัญชี บ้านหลังใหญ่ ธุรกิจที่เติบโต หรือตำแหน่งที่สูงขึ้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดเลยครับ เงินเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตจริง และพระบิดาก็ทรงห่วงใยเรื่องนี้ของลูก ๆ ของพระองค์
แต่พระคัมภีร์ใช้คำนี้กว้างกว่าที่เราเคยคิดมาก ลองอ่านข้อนี้ด้วยกันครับ
ท่านที่รัก ข้าพเจ้าอธิษฐานขอให้ท่านมีสุขภาพแข็งแรง และมีความสุขความเจริญทุกอย่าง ดังที่จิตวิญญาณของท่านกำลังเจริญอยู่นั้น
— 3 ยอห์น 1:2 (THSV11)
Beloved, I pray that you may prosper in all things and be in health, just as your soul prospers.
— 3 John 1:2 (NKJV)
พี่น้องสังเกตไหมครับ ข้อนี้ไม่ได้บอกว่า "เจริญในเรื่องเงิน" แต่บอกว่า "ในทุกสิ่ง" (in all things)
เจริญรุ่งเรืองไม่ได้แปลว่าแค่ร่ำรวย
คำกรีกที่แปลว่า "เจริญ" ในข้อนี้คือ ยูโอโดโอ (euodoō, Strong's G2137) ประกอบจากคำว่า "ดี" (eu) และ "ทาง" (hodos) ความหมายพื้นฐานคือ การเดินทางที่ราบรื่น และถึงจุดหมายด้วยดี
ลองนึกถึงการเดินทางไกลดูครับ ถ้ากระเป๋าเรามีเงินเต็ม แต่ระหว่างทางใจเราวุ่นวาย ร่างกายก็อ่อนล้า และคนที่เรารักก็อยู่ห่างกัน เราคงไม่เรียกการเดินทางครั้งนั้นว่า "ราบรื่น" ใช่ไหมครับ
ความเจริญรุ่งเรืองตามพระคัมภีร์จึง ไม่ได้มีแค่เรื่องเงินทอง แต่คือการที่ชีวิตของเราเจริญขึ้นในทุกด้าน
- ใจ มีสันติสุข ไม่ถูกความกังวลครอบงำ
- การเงิน มีมากเพียงพอสำหรับตัวเอง และสำหรับการดีทุกอย่าง
- ร่างกาย แข็งแรง มีเรี่ยวแรงใช้ชีวิต
- ครอบครัวและความสัมพันธ์ มีบ้านที่อบอุ่น และมีคนรอบตัวที่รักและให้อภัยกัน
- การงาน ได้ทำสิ่งที่มีความหมาย และเห็นพระเจ้าทรงอวยพรสิ่งที่มือเราทำ
ลองสังเกตตอนท้ายของข้อนี้ด้วยนะครับ ยอห์นเปรียบความเจริญในทุกสิ่งนั้นกับ จิตวิญญาณที่จำเริญแล้ว คือหัวใจที่รู้จักความรักของพระบิดา และมั่นใจว่าตัวเองเป็นที่รักของพระองค์ ความเจริญจึงเริ่มเติบโตจากข้างใน แล้วค่อย ๆ ส่งผลออกมาข้างนอก
คำฮีบรูที่บอกว่าความเจริญมาจากไหน
ในพระคัมภีร์เดิม คำฮีบรูที่แปลว่า "เจริญรุ่งเรือง" หรือ "สำเร็จ" คือ ทซาลัค (Tsalach, อ่านว่า ทซา-ลัค, Strong's H6743)
สิ่งที่น่าสนใจมากคือ ในหลายตอนสำคัญ คำนี้ไม่ได้พูดถึงกลยุทธ์หรือฝีมือของมนุษย์ แต่พูดถึง การที่พระเจ้าทรงอยู่กับเรา ผ่านทางพระวิญญาณบริสุทธิ์
ลองดูสามคนที่เราคุ้นเคยกันครับ
โยเซฟ (Joseph) เป็นทาสอยู่ในบ้านโปทิฟาร์ (Potiphar) ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่เข้าข้างเขาเลย
เจริญรุ่งเรืองไม่ได้แปลว่าแค่ร่ำรวย
คำกรีกที่แปลว่า "เจริญ" ในข้อนี้คือ ยูโอโดโอ (euodoō, Strong's G2137) ประกอบจากคำว่า "ดี" (eu) และ "ทาง" (hodos) ความหมายพื้นฐานคือ การเดินทางที่ราบรื่น และถึงจุดหมายด้วยดี
ลองนึกถึงการเดินทางไกลดูครับ ถ้ากระเป๋าเรามีเงินเต็ม แต่ระหว่างทางใจเราวุ่นวาย ร่างกายก็อ่อนล้า และคนที่เรารักก็อยู่ห่างกัน เราคงไม่เรียกการเดินทางครั้งนั้นว่า "ราบรื่น" ใช่ไหมครับ
ความเจริญรุ่งเรืองตามพระคัมภีร์จึง ไม่ได้มีแค่เรื่องเงินทอง แต่คือการที่ชีวิตของเราเจริญขึ้นในทุกด้าน
- ใจ มีสันติสุข ไม่ถูกความกังวลครอบงำ
- การเงิน มีมากเพียงพอสำหรับตัวเอง และสำหรับการดีทุกอย่าง
- ร่างกาย แข็งแรง มีเรี่ยวแรงใช้ชีวิต
- ครอบครัวและความสัมพันธ์ มีบ้านที่อบอุ่น และมีคนรอบตัวที่รักและให้อภัยกัน
- การงาน ได้ทำสิ่งที่มีความหมาย และเห็นพระเจ้าทรงอวยพรสิ่งที่มือเราทำ
ลองสังเกตตอนท้ายของข้อนี้ด้วยนะครับ ยอห์นเปรียบความเจริญในทุกสิ่งนั้นกับ จิตวิญญาณที่จำเริญแล้ว คือหัวใจที่รู้จักความรักของพระบิดา และมั่นใจว่าตัวเองเป็นที่รักของพระองค์ ความเจริญจึงเริ่มเติบโตจากข้างใน แล้วค่อย ๆ ส่งผลออกมาข้างนอก
คำฮีบรูที่บอกว่าความเจริญมาจากไหน
ในพระคัมภีร์เดิม คำฮีบรูที่แปลว่า "เจริญรุ่งเรือง" หรือ "สำเร็จ" คือ ทซาลัค (Tsalach, อ่านว่า ทซา-ลัค, Strong's H6743)
สิ่งที่น่าสนใจมากคือ ในหลายตอนสำคัญ คำนี้ไม่ได้พูดถึงกลยุทธ์หรือฝีมือของมนุษย์ แต่พูดถึง การที่พระเจ้าทรงอยู่กับเรา ผ่านทางพระวิญญาณบริสุทธิ์
ลองดูสามคนที่เราคุ้นเคยกันครับ
โยเซฟ (Joseph) เป็นทาสอยู่ในบ้านโปทิฟาร์ (Potiphar) ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่เข้าข้างเขาเลย
พระยาห์เวห์ทรงอยู่กับโยเซฟ ท่านจึงประสบความสำเร็จ (Tsalach) ท่านอยู่ในบ้านคนอียิปต์นายของท่าน— ปฐมกาล 39:2 (THSV11)
The Lord was with Joseph, and he was a successful (Tsalach) man; and he was in the house of his master the Egyptian.— Genesis 39:2 (NKJV)
สังเกตลำดับนะครับ "พระเจ้าทรงสถิตกับเขา" มาก่อน "ประสบความสำเร็จ" เสมอ โยเซฟไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่ดี แต่ชีวิตของเขาเจริญ เพราะพระเจ้าอยู่กับเขา
แซมสัน (Samson) เป็นคนที่พระวิญญาณของพระเจ้าเสด็จมาเหนือเขา
แซมสัน (Samson) เป็นคนที่พระวิญญาณของพระเจ้าเสด็จมาเหนือเขา
พระวิญญาณของพระเจ้าก็ทรงสถิตกับแซมสันอย่างมาก (Tsalach) ท่านจึงฉีกสิงห์ออกอย่างคนฉีกลูกแพะ ทั้งที่ไม่มีอะไรในมือ แต่ท่านมิได้บอกให้บิดาหรือมารดาของท่านทราบว่าท่านได้ทำอะไรไป— ผู้วินิจฉัย 14:6 (TBS1971)
And the Spirit of the Lord came mightily (Tsalach) upon him, and he tore the lion apart as one would have torn apart a young goat, though he had nothing in his hand. But he did not tell his father or his mother what he had done.— Judges 14:6 (NKJV)
กำลังนั้นไม่ได้มาจากการฝึกซ้อม แต่มาจากการที่พระวิญญาณเสด็จมา
ดาวิด (David) เป็นเด็กเลี้ยงแกะ ตอนที่ซามูเอล (Samuel) เจิมเขา
ดาวิด (David) เป็นเด็กเลี้ยงแกะ ตอนที่ซามูเอล (Samuel) เจิมเขา
ซามูเอลจึงนำขวดเขาน้ำมันและเจิมตั้งเขาไว้ท่ามกลางพี่ชายของเขา และพระวิญญาณของพระเจ้าก็สวมทับ (Tsalach) ดาวิดอย่างมากตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นไป และซามูเอลก็ลุกขึ้นกลับไปยังรามาห์— 1 ซามูเอล 16:13 (TBS1971)
Then Samuel took the horn of oil and anointed him in the midst of his brothers; and the Spirit of the Lord came upon (Tsalach) David from that day forward. So Samuel arose and went to Ramah.— 1 Samuel 16:13 (NKJV)
ดาวิดไม่ได้มีอาวุธดีกว่าโกลิอัท (Goliath) ไม่ได้มีประสบการณ์มากกว่า และไม่ได้ตัวใหญ่กว่า แต่เขามีสิ่งที่โกลิอัทไม่มี คือพระเจ้าทรงอยู่กับเขา
ทั้งสามคนมีจุดร่วมเดียวกันครับ พระเจ้าอยู่กับเขา และเมื่อพระเจ้าอยู่ด้วย ชีวิตของเขาก็เจริญขึ้นในแบบที่เกินกว่ากำลังของตัวเอง
พระองค์ประทับอยู่กับเราแล้ว
มีอีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากให้พี่น้องสบายใจครับ
สำหรับแซมสันและดาวิด พระวิญญาณเสด็จมาเหนือพวกเขาในช่วงเวลาสำคัญ แต่สำหรับเรา ผู้เชื่อในพระเยซูคริสต์ เรื่องราวต่างออกไปมาก
ทั้งสามคนมีจุดร่วมเดียวกันครับ พระเจ้าอยู่กับเขา และเมื่อพระเจ้าอยู่ด้วย ชีวิตของเขาก็เจริญขึ้นในแบบที่เกินกว่ากำลังของตัวเอง
พระองค์ประทับอยู่กับเราแล้ว
มีอีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากให้พี่น้องสบายใจครับ
สำหรับแซมสันและดาวิด พระวิญญาณเสด็จมาเหนือพวกเขาในช่วงเวลาสำคัญ แต่สำหรับเรา ผู้เชื่อในพระเยซูคริสต์ เรื่องราวต่างออกไปมาก
เราจะทูลขอพระบิดา และพระองค์จะประทานผู้ช่วยอีกผู้หนึ่งให้แก่ท่าน เพื่อจะได้อยู่กับท่านตลอดไปคำว่า "ตลอดไป" บอกเราว่า พระวิญญาณบริสุทธิ์ไม่ได้มาเยี่ยมเราแล้วจากไป พระองค์ประทับอยู่กับเราแล้ว วันนี้ และทุกวันตลอดไป
— ยอห์น 14:16 (TBS1971)
And I will pray the Father, and He will give you another Helper, that He may abide with you forever—
— John 14:16 (NKJV)
เราจึงไม่ต้องอ้อนวอนให้พระองค์เสด็จมา เราขอบคุณพระองค์ได้เลยครับ ที่ทรงอยู่กับเราแล้ว
ทำงานต่อไป ด้วยหัวใจที่ต่างออกไป
พี่น้องบางคนอาจสงสัยว่า "แล้วเราควรเลิกขยัน เลิกวางแผน แล้วนั่งรอพระพรหรือเปล่า?"
ไม่ใช่เลยครับ
จำอิสอัคได้ไหมครับ เขายังหว่านเมล็ด โยเซฟก็ยังดูแลบ้านของโปทิฟาร์อย่างซื่อสัตย์ ดาวิดก็ยังเลี้ยงแกะและฝึกใช้สลิงมาตลอด ทุกคนยังลงมือทำเต็มที่
ไม่ว่าท่านจะทำสิ่งใด ก็จงทำด้วยความเต็มใจเหมือนกระทำถวายองค์พระผู้เป็นเจ้า ไม่ใช่เหมือนกระทำแก่มนุษย์พี่น้องยังทำงานด้วยความขยันขันแข็งต่อไปได้ครับ เพียงแต่เหตุผลเปลี่ยนไป เราไม่ได้ขยันเพราะกลัวว่าถ้าหยุดแล้วทุกอย่างจะพัง เราขยันเพราะ อยากถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า
— โคโลสี 3:23 (TBS1971)
And whatever you do, do it heartily, as to the Lord and not to men,
— Colossians 3:23 (NKJV)
ความต่างอยู่ที่หัวใจ ไม่ได้อยู่ที่ตารางงาน คนสองคนอาจทำงานหนักเท่ากัน แต่คนหนึ่งแบกความกดดันว่า "ทุกอย่างขึ้นอยู่กับฉัน" ส่วนอีกคนทำงานเต็มที่ ด้วยหัวใจที่รู้ว่า ความสำเร็จมาจากพระเจ้า ผู้ประทับอยู่ในชีวิตของเรา
คำอธิษฐานจากใจของลูก
ถ้าพี่น้องเหนื่อยกับการแบกทุกอย่างไว้คนเดียวมานาน ผมอยากชวนอธิษฐานง่าย ๆ ด้วยกันครับ ไม่ต้องใช้ถ้อยคำสวยหรู แค่พูดจากใจเหมือนลูกคุยกับพ่อ
"อับบา ขอบคุณที่ทรงรักลูก และขอบคุณที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ประทับอยู่กับลูกเสมอ ลูกจะทำงานอย่างเต็มที่เพื่อถวายพระเกียรติแด่พระองค์ และลูกรู้ว่าความเจริญทั้งหมดมาจากพระองค์ ขอบคุณที่ทรงห่วงใยลูกในทุกเรื่อง ทั้งใจ ร่างกาย ครอบครัว การงาน และการเงิน ลูกวางใจในพระองค์"
เราไม่ได้ทูลขอเพื่อโอ้อวดตัวเอง แต่เพื่อให้ชีวิตของเราเป็นพยานถึงความดีของพระองค์ เพราะเมื่อพระองค์ทรงอวยพรเรา พระพรนั้นไม่ได้หยุดอยู่ที่เรา แต่ไหลล้นไปถึงคนที่อยู่ใกล้เรา
อียิปต์มีของให้เก็บมากมาย แต่ต้องก้มลงไปเก็บ ส่วนในแผ่นดินของพระบิดา ผลไม้อยู่ในระดับที่เอื้อมถึง
พี่น้องยังใช้สองมือทำงานได้เหมือนเดิม และทำให้ดีที่สุดด้วย แต่ขอให้สายตาของเรามองขึ้นไปที่พระองค์
เพราะความเจริญรุ่งเรืองที่แท้จริง ไม่ใช่แค่การที่เรามีมากขึ้น แต่คือการที่เรา เจริญขึ้นในทุกสิ่ง เพราะพระเจ้าประทับอยู่กับเรา
เป็นการเหนื่อยเปล่า ที่ท่านลุกขึ้นแต่เช้ามืด นอนดึก และกระหืดกระหอบกินอาหาร เพราะพระองค์ประทานแก่ผู้ที่รักของพระองค์ ให้หลับสบาย"พระองค์ประทานให้ผู้ที่ทรงรัก หลับสบาย" นี่คือภาพของลูกที่พักใจได้ เพราะรู้ว่าพ่อยังเฝ้าดูแลอยู่ แม้ในยามที่เรานอนหลับ
— สดุดี 127:2 (TBS1971)
It is vain for you to rise up early, To sit up late, To eat the bread of sorrows; For so He gives His beloved sleep.
— Psalm 127:2 (NKJV)
คำอธิษฐานจากใจของลูก
ถ้าพี่น้องเหนื่อยกับการแบกทุกอย่างไว้คนเดียวมานาน ผมอยากชวนอธิษฐานง่าย ๆ ด้วยกันครับ ไม่ต้องใช้ถ้อยคำสวยหรู แค่พูดจากใจเหมือนลูกคุยกับพ่อ
"อับบา ขอบคุณที่ทรงรักลูก และขอบคุณที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ประทับอยู่กับลูกเสมอ ลูกจะทำงานอย่างเต็มที่เพื่อถวายพระเกียรติแด่พระองค์ และลูกรู้ว่าความเจริญทั้งหมดมาจากพระองค์ ขอบคุณที่ทรงห่วงใยลูกในทุกเรื่อง ทั้งใจ ร่างกาย ครอบครัว การงาน และการเงิน ลูกวางใจในพระองค์"
เราไม่ได้ทูลขอเพื่อโอ้อวดตัวเอง แต่เพื่อให้ชีวิตของเราเป็นพยานถึงความดีของพระองค์ เพราะเมื่อพระองค์ทรงอวยพรเรา พระพรนั้นไม่ได้หยุดอยู่ที่เรา แต่ไหลล้นไปถึงคนที่อยู่ใกล้เรา
อียิปต์มีของให้เก็บมากมาย แต่ต้องก้มลงไปเก็บ ส่วนในแผ่นดินของพระบิดา ผลไม้อยู่ในระดับที่เอื้อมถึง
พี่น้องยังใช้สองมือทำงานได้เหมือนเดิม และทำให้ดีที่สุดด้วย แต่ขอให้สายตาของเรามองขึ้นไปที่พระองค์
เพราะความเจริญรุ่งเรืองที่แท้จริง ไม่ใช่แค่การที่เรามีมากขึ้น แต่คือการที่เรา เจริญขึ้นในทุกสิ่ง เพราะพระเจ้าประทับอยู่กับเรา





No comments:
Post a Comment