เมื่อความอดอยากมาเยือน อียิปต์คือทางรอดที่สมเหตุสมผลที่สุด มีทั้งอาหาร น้ำ และความมั่นคง แต่พระเจ้ากลับตรัสกับอิสอัคว่า “อย่าไป” ทำไมพระองค์ถึงห้ามเขาไปในที่ที่ดูเหมือนมีทุกอย่างพร้อม? พระคัมภีร์เผยความแตกต่างที่น่าทึ่งระหว่างแผ่นดินที่มนุษย์ต้องออกแรงรดน้ำเอง กับแผ่นดินที่ได้รับฝนจากฟ้าสวรรค์ และการตัดสินใจของอิสอัคในวันนั้น นำไปสู่การเก็บเกี่ยวร้อยเท่าในปีที่กันดารที่สุด เรื่องนี้อาจเปลี่ยนวิธีที่คุณมองการทำงาน ความมั่นคง และการพึ่งพาพระเจ้าไปตลอดกาล
พี่น้องครับ ลองนึกภาพตามผมสักครู่
พี่น้องครับ ลองนึกภาพตามผมสักครู่
แผ่นดินหนึ่งเกิดกันดารอาหารรุนแรง ข้าวของแพง ผู้คนเริ่มกระสับกระส่าย ทุกคนรู้ว่าทางออกอยู่ที่ไหน ทางใต้ลงไปคืออียิปต์ (Egypt) แผ่นดินที่มีแม่น้ำไนล์ (Nile) หล่อเลี้ยง มียุ้งฉางเก็บเมล็ดข้าวไว้เต็ม ในปีที่ที่อื่นอดอยาก ที่นั่นยังมีอาหารให้กิน ใครอยากรอดก็ต้องไปที่นั่น
นั่นคือสถานการณ์ของอิสอัค (Isaac) พอดี แม้แต่อับราฮัม (Abraham) พ่อของเขา ก็เคยลงไปอียิปต์ตอนเกิดกันดารอาหาร" อ้างอิงปฐมกาล 12:10)
แล้วพระเจ้าตรัสกับเขาประโยคหนึ่งที่ฟังดูสวนทางกับสามัญสำนึกทุกอย่าง
2 พระเจ้าทรงปรากฏแก่ท่านและตรัสว่า “อย่าไปอียิปต์เลย อาศัยในแผ่นดินซึ่งเราจะบอกให้เจ้าเถิด 3 อาศัยอยู่ในดินแดนนี้ แล้วเราจะอยู่กับเจ้าและอวยพรเจ้า เพราะว่าเราจะให้ดินแดนเหล่านี้ทั้งหมดแก่เจ้า และแก่เชื้อสายของเจ้า เราจะทำให้คำสาบาน ซึ่งเราได้ปฏิญาณไว้กับอับราฮัมบิดาของเจ้านั้นสำเร็จ”
— ปฐมกาล 26:2–3 (TBS1971)
2 Then the Lord appeared to him and said: “Do not go down to Egypt; live in the land of which I shall tell you. 3 Dwell in this land, and I will be with you and bless you; for to you and your descendants I give all these lands, and I will perform the oath which I swore to Abraham your father.”
— Genesis 26:2–3 (NKJV)
ผมอยากชวนพี่น้องมาดูว่า ทำไมอียิปต์ (Egypt) ถึงเป็นที่ที่พระเจ้าไม่อยากให้ลูกของพระองค์ไป
อียิปต์ที่ดูสมเหตุสมผล
ต้องยอมรับก่อนว่า การลงไปอียิปต์ ไม่ใช่การตัดสินใจที่โง่เขลา ในสายตามนุษย์ มันคือแผนที่ฉลาดที่สุด อียิปต์มีทรัพยากร มีความมั่นคง และมีเสบียง เป็นที่ที่คนมองว่าปลอดภัยสำหรับอนาคตในยามขาดแคลน
แต่พระเจ้าไม่ได้ตรัสว่า "อียิปต์ไม่มีอาหาร" พระองค์ตรัสว่า "อย่าไป" แล้วทรงให้เหตุผลที่ลึกกว่านั้นมาก คือ "เราจะอยู่กับเจ้า"
ต้องยอมรับก่อนว่า การลงไปอียิปต์ ไม่ใช่การตัดสินใจที่โง่เขลา ในสายตามนุษย์ มันคือแผนที่ฉลาดที่สุด อียิปต์มีทรัพยากร มีความมั่นคง และมีเสบียง เป็นที่ที่คนมองว่าปลอดภัยสำหรับอนาคตในยามขาดแคลน
แต่พระเจ้าไม่ได้ตรัสว่า "อียิปต์ไม่มีอาหาร" พระองค์ตรัสว่า "อย่าไป" แล้วทรงให้เหตุผลที่ลึกกว่านั้นมาก คือ "เราจะอยู่กับเจ้า"
เหตุผลไม่ได้อยู่ที่อาหารหรือเสบียง แต่อยู่ที่ว่าอิสอัคจะพึ่งใคร
ในพระคัมภีร์ อียิปต์เป็นภาพของ วิถีแบบโลก คือการใช้กำลังและความสามารถของตัวเองเพื่อเอาตัวรอด
แม้แต่ชื่อของอียิปต์ในภาษาฮีบรู คือ มิทซ์ราอิม (Mitzrayim) ก็บอกใบ้เรื่องนี้ไว้ คำนี้มักถูกอธิบายว่าหมายถึง "ที่คับแคบสองชั้น" (double straits) และมีรากมาจากคำฮีบรูที่แปลว่าความคับแคบและความบีบคั้น (tsar)
ลองนึกถึงช่องแคบที่ถูกบีบเข้ามาจากทั้งสองข้าง นั่นคือความรู้สึกของชีวิตที่ต้องดิ้นรนด้วยตัวเอง
พระคัมภีร์ให้เบาะแสเรื่องนี้ผ่านสิ่งที่เล็กมาก คือ พืชผล
ตอนที่คนอิสราเอลบ่นในถิ่นทุรกันดาร พวกเขาคิดถึงอาหารอะไรจากอียิปต์?
ตอนที่คนอิสราเอลบ่นในถิ่นทุรกันดาร พวกเขาคิดถึงอาหารอะไรจากอียิปต์?
เราระลึกถึงปลาที่เราเคยกินในอียิปต์โดยไม่ต้องซื้อ ทั้งแตงกวา แตงโม กระเทียมจีน หอมใหญ่ หัวกระเทียม
— กันดารวิถี 11:5 (TBS1971)
We remember the fish which we ate freely in Egypt, the cucumbers, the melons, the leeks, the onions, and the garlic;
— Numbers 11:5 (NKJV)
พี่น้องสังเกตไหมครับว่า พืชทั้งหมดนี้มีจุดร่วมกัน มันเติบโตต่ำติดพื้นดิน
จะเก็บแตงกวาต้องก้ม จะขุดหัวหอมต้องคุ้ย จะเอากระเทียมต้องแหวกดิน ทั้งหมดต้องใช้หลังและมือ และต้องใช้แรงทุกวัน
แล้วการปลูกพืชในอียิปต์ล่ะ ต้องทำกันอย่างไร?
ก่อนที่ชนอิสราเอลจะข้ามไปยังแผ่นดินพระสัญญา โมเสสเตือนพวกเขาถึงชีวิตในอียิปต์ที่เพิ่งจากมา และบอกว่าแผ่นดินใหม่ที่กำลังจะเข้าไปนั้นไม่เหมือนที่เดิมที่เคยอยู่
ผมเรียกภาพนี้ว่าชีวิตแบบ "ต้องทำเองทุกอย่าง"
ผลไม้ที่แขวนอยู่สูงพอให้เอื้อมถึง
ทีนี้ลองดูแผ่นดินแห่งพระสัญญาบ้าง
แล้วการปลูกพืชในอียิปต์ล่ะ ต้องทำกันอย่างไร?
ก่อนที่ชนอิสราเอลจะข้ามไปยังแผ่นดินพระสัญญา โมเสสเตือนพวกเขาถึงชีวิตในอียิปต์ที่เพิ่งจากมา และบอกว่าแผ่นดินใหม่ที่กำลังจะเข้าไปนั้นไม่เหมือนที่เดิมที่เคยอยู่
เพราะว่าแผ่นดินซึ่งท่านทั้งหลายกำลังเข้าไปยึดครองนั้น ไม่เหมือนแผ่นดินอียิปต์ ซึ่งท่านได้จากมา ในที่นั้นท่านหว่านพืชและเอาเท้ารดน้ำเหมือนเป็นสวนผักนั่นคือภาพชีวิตของพวกเขาในอียิปต์ครับ การ "รดน้ำด้วยเท้า" หมายถึงการชักน้ำและขุดร่องส่งน้ำด้วยแรงคนอย่างไม่หยุดหย่อน หยุดเมื่อไรพืชก็แห้งตายเมื่อนั้น
— เฉลยธรรมบัญญัติ 11:10 (TBS1971)
For the land which you go to possess is not like the land of Egypt from which you have come, where you sowed your seed and watered it by foot, as a vegetable garden;
— Deuteronomy 11:10 (NKJV)
ผมเรียกภาพนี้ว่าชีวิตแบบ "ต้องทำเองทุกอย่าง"
ผลไม้ที่แขวนอยู่สูงพอให้เอื้อมถึง
ทีนี้ลองดูแผ่นดินแห่งพระสัญญาบ้าง
เขาทั้งหลายมาถึงห้วยเอชโคล์ ที่นั่นเขาตัดองุ่นกิ่งหนึ่งมีองุ่นพวงหนึ่ง สองคนใช้ไม้คานหามมาเขาเก็บผลทับทิมและมะเดื่อมาบ้างองุ่น ทับทิม มะเดื่อ และมะกอก ล้วนเป็น ผลไม้ที่ห้อยอยู่บนต้น ไม่ต้องก้ม ไม่ต้องขุด แค่เอื้อมมือไปรับ
— กันดารวิถี 13:23 (TBS1971)
Then they came to the Valley of Eshcol, and there cut down a branch with one cluster of grapes; they carried it between two of them on a pole. They also brought some of the pomegranates and figs.
— Numbers 13:23 (NKJV)
และน้ำของแผ่นดินนี้มาจากไหน?
ที่อียิปต์ เราก้มหน้ามองดิน
11แต่แผ่นดินซึ่งท่านจะไปยึดครองนั้น เป็นแผ่นดินที่มีเนินเขาและหุบเขา ซึ่งมีน้ำฝนจากฟ้ารดอยู่ 12เป็นแผ่นดินซึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านทั้งหลายทรงดูแล พระเนตรของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านอยู่เหนือแผ่นดินนั้นเสมอ ตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นปีสองแผ่นดินนี้ต่างกันตรงที่ ทิศทางที่เราต้องมอง
— เฉลยธรรมบัญญัติ 11:11–12 (KJV)
11 but the land which you cross over to possess is a land of hills and valleys, which drinks water from the rain of heaven, 12 a land for which the Lord your God cares; the eyes of the Lord your God are always on it, from the beginning of the year to the very end of the year.
— Deuteronomy 11:11–12 (NKJV)
ที่อียิปต์ เราก้มหน้ามองดิน
ที่แผ่นดินพระสัญญา เราเงยหน้ามองฟ้า
ที่อียิปต์ ถ้าเราหยุดตักน้ำ พืชก็ตาย แต่ที่แผ่นดินพระสัญญา ฝนไม่ได้ตกเพราะใครเก่งกว่าหรือขยันกว่า ฝนตกเพราะพระบิดาทรงส่งลงมา
เราไม่ต้องไปทำให้ฝนตก เราแค่รับสิ่งที่พระองค์ประทานให้ และพระคัมภีร์บอกว่า พระเนตรของพระบิดาจับอยู่ที่แผ่นดินนั้นเสมอ ตั้งแต่ต้นปีจนสิ้นปี พระองค์ทรงดูแลลูก ๆ ของพระองค์อยู่ตลอด
ที่อียิปต์ ถ้าเราหยุดตักน้ำ พืชก็ตาย แต่ที่แผ่นดินพระสัญญา ฝนไม่ได้ตกเพราะใครเก่งกว่าหรือขยันกว่า ฝนตกเพราะพระบิดาทรงส่งลงมา
เราไม่ต้องไปทำให้ฝนตก เราแค่รับสิ่งที่พระองค์ประทานให้ และพระคัมภีร์บอกว่า พระเนตรของพระบิดาจับอยู่ที่แผ่นดินนั้นเสมอ ตั้งแต่ต้นปีจนสิ้นปี พระองค์ทรงดูแลลูก ๆ ของพระองค์อยู่ตลอด
แล้วอิสอัคเลือกอะไร?
ปฐมกาลบันทึกไว้สั้น ๆ ว่า อิสอัคเชื่อ เขาอยู่ที่เกราร์ (Gerar) ต่อไป ไม่ได้ลงไปอียิปต์ และพระคัมภีร์ก็บันทึกผลลัพธ์ไว้ว่าอิสอัคได้หว่านพืชในดินแดนนั้น ในปีเดียวกันนั้นก็เก็บผลได้หนึ่งร้อยเท่า พระเจ้าทรงอวยพระพรแก่ท่านสังเกตนะครับ อิสอัค ยังหว่านเมล็ด เขายังลงมือทำงาน แต่ผลที่ได้ร้อยเท่าในปีกันดารนั้น พระคัมภีร์บอกว่ามาจากสิ่งเดียว คือ "พระเจ้าทรงอวยพรเขา"
— ปฐมกาล 26:12 (TBS1971)
Then Isaac sowed in that land, and reaped in the same year a hundredfold; and the Lord blessed him.
— Genesis 26:12 (NKJV)
ในปีที่เกิดการกันดารอาหาร และในแผ่นดินที่คนอื่นกำลังอดอยาก
มือของอิสอัคอยู่ในดินเหมือนเดิม แต่สายตาของเขาไม่ได้มองแค่ดิน
ประตูบานต่อไป
ผมอยากให้พี่น้องกลับไปดูประโยคที่พระเจ้าตรัสกับอิสอัคอีกครั้ง
พระองค์ไม่ได้ตรัสแค่ว่า "เจ้าจะมีกินในปีกันดาร" แต่ตรัสว่า "เราจะอยู่กับเจ้า"
สิ่งที่พระเจ้าสัญญาไม่ใช่แค่เสบียง แต่คือการที่พระองค์เองจะอยู่เคียงข้างเขา และเมื่อพระองค์อยู่ด้วย ชีวิตของอิสอัคก็เริ่มเจริญขึ้นในแบบที่เขาไม่ได้วางแผนไว้เลย
ใน EP.2 เราจะมาดูกันครับว่า คำว่า "เจริญรุ่งเรือง" ในพระคัมภีร์ หมายถึงอะไรจริง ๆ





No comments:
Post a Comment